ราคาน้ำบนตึกสูง 48 ชั้น
ผมเป็นคนที่มีที่ทำงานอยู่บนตึกสูง
แล้วก็อาทิตย์นี้ได้กลับมาอยู่ออฟฟิศย่านสาทรหลังจากไม่ได้อยู่มานาน
วันนี้เกิดคิดพิเรนทร์ขึ้นมาว่า น้ำแต่ละหยดที่เราใช้กันอยู่นี้จะแพงแค่ไหนนะ
เพราะเคยได้ยินมาว่าการใช้น้ำบนตึกสูงๆ มีค่าใช้จ่ายมาก
ด้วยความที่เป็นนักฟิสิกส์รุ่นเยาว์ู้ชื่นชอบการคำนวณแห่งค่ายฟิสิกส์โอลิมปิคมาก่อน
สมองก็รีบทำงานอย่างเร่งด่วนด้วยการนำฟิสิกส์มาประมาณราคาค่าน้ำเสียเลย
หลังจากผมได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้วก็อยากจะมาเขียนจารึกไว้ซะหน่อย จึงเป็นที่มาของบทความที่ทุกคนกำลังอ่านนี่แหละครับ
ผมจะขอแสดงวิธีคำนวณ และสรุปคำตอบไว้สุดท้ายเพื่อให้เข้าใจกันได้ง่ายๆ ครับ
ผมเหลือบมองเพดานพบว่าน่าจะสูงประมาณ 2.6 เมตร คิดส่วนพื้นและเพดานที่มองไม่เห็นที่กั้นแต่ละชั้นไว้
ตีว่า 1 ชั้นจะสูงประมาณ 3 เมตร ดังนั้นการที่ผมอยู่ชั้น 48 ผมจะอยู่สูงจากพื้นประมาณ = 48×3 = 144 เมตร
ราคาค่าน้ำประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ค่าน้ำที่คิดโดยการประปา และค่าการนำน้ำขึ้นมาสู่ระดับความสูง 144 เมตร
ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือส่วนหลัง เพราะมันคือต้นทุนน้ำที่เพิ่มขึ้น
สมการก็ไม่ยากอะไรเลยครับ คิดเป็นพลังงานได้ง่ายๆ ตาม งาน = แรงxระยะการกระจัด
แรงก็มีค่าเท่ากับน้ำหนักน้ำซึ่งผมจะคิดต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ส่วนการกระจัดก็คือความสูงจากพื้นจะได้ งาน = (1000 kg)(9.8)(144)
ได้ 1411200 จูล = 1411200/(1000×3600) KW-H = 0.392 กิโลวัตน์-ชั่วโมง (นี่คือหน่วยไฟฟ้า 1 unit ครับ)
ถ้าค่าไฟ 1 unit ราคา 3 บาท (ตีถูกๆ) จะได้ว่าต้นทุนส่วนเพิ่มในการใช้น้ำ ณ ชั้นที่ 48 มีค่าเท่ากับ 0.392×3 = 1.176 บาท
ดูแล้วไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ในแต่ละวันเราใช้น้ำกันเป็นพันลูกบาศก์เมตร นั่นหมายถึงว่าเรากำลังบริโภคพลังงานมหาศาล และทำให้สูญเสียเงินไปมากมาย
สุดท้ายผมขอสรุปจบกันดื้อๆ ตรงนี้ว่า “ประหยัดน้ำกันเถอะครับ” ^_^
อย่าไปเครียด อย่าไปเครียด !!!
แต่ประหยัดน้ำกันเถอะ !!
อะไรเนี่ย..คิดมากหัวล้านนะพี่
Add A Comment